พัทลุง พร้อม เป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โค้กคัพ20

  • 0 ตอบ
  • 69 อ่าน
วันที่ 31 สิงหาคม 2560  ที่โรงแรมลำปำรีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย พลตรีพัชร รัตนกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ,นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ,นายวิศิษฐ์ กาญจโนภาศ นายกสมาคมแห่งกีฬาจังหวัดพัทลุง และนายธวัชชัย พรหมรัตน์ หัวหน้างานวิทยาศาสตร์การกีฬาภูมิภาค สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 4 สงขลา ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โค้กคัพ ครั้งที่ 20 รอบคัดเลือกภาคใต้
      พลตรีพัชร รัตนกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทหาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย บริษัท หาดทิพย์จำกัด ( มหาชน ) บริษัทโคคา-โคลา ประเทศไทย จำกัด และบริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ จัดแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โค้กคัพ ครั้งที่ 20 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทย ได้พัฒนาทักษะการเล่นฟุตบอล ยกระดับมาตรฐานให้เทียบเท่าสากล และเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ได้แสดงออกถึงความสามารถ เพื่อก้าวสู่ตัวแทนทีมชาติไทย ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด โดยมี 86 ทีมเยาวชน จากสโมสรทั่วประเทศ ทั้ง 4 ลีก เข้าร่วมแข่ง แบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม โดยแชมป์แต่ละกลุ่ม จะผ่านเข้ารอบสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งแชมป์โค้กคัพ ครั้งที่ 20 จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท ครองถ้วยโค้กคัพ 1 ปี พร้อมรางวัลพิเศษ ตามรอยนักแตะรุ่นพี่ ณ สโมสรคอนซาเล่ ซัปโปโร ทีมเจลีก 1 เป็นเวลา 1 สัปดาห์
   สำหรับภาคใต้ เป็นกลุ่มที่ 3 จัดแข่งขันที่จังหวัดพัทลุง ระหว่างวันที่ 13-20 กันยายน 2560 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดพัทลุง สนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ส่วนหน้าแห่งที่ 2 อำเภอควนขนุน และสนามโรงเรียนพัทลุง มีสโมสรเข้าร่วมแข่งขัน 14 สโมสร ประกอบด้วยพัทลุง เอฟซี สุราษฎร์ เอฟซี สงขลา ยูไนเตด สมาคมกีฬาจังหวัดยะลา หาดใหญ่ เอฟซี สมาคมกีฬา จังหวัดสตูล แกรนด์อันดามันระนองยูไนเตด นรายูไนเตด ชุมพรเอฟซี ปัตตานี เอฟซี กระบี่ เอฟซี นครศรี เฮอรีเทจ สมาคมกีฬา จังหวัดภูเก็ต และตรัง เอฟซี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 02, 2017, 12:03:53 PM โดย นสพ.ยัวร์นิวส์ »

 


Facebook Comments